อัปเดต "ชีวิตช่วงกลางคืน" คนทำงานกลับมา – ยังทำได้ไหมให้ฟิตกับตัวเองอีกครั้ง
อัปเดต "ชีวิตช่วงกลางคืน" ของคนทำงาน – กลับมาดูแลตนเองได้ไหม
ฉันจำได้ว่า ยังไม่สั่วนเวลากลับไป เมื่อสักเพียงไม่กี่ปี มีคนจำนวนมากที่พูดถึงเรื่อง "ชีวิตช่วงกลางคืน" ออกมา หมายความว่า หลังเลิกงาน ยังมีพลังเหลือจากการตื่นตัวเพื่อลองสิ่งใหม่ๆ วานเรียนรู้ สร้างโครงการของตัวเอง หรือแม้แต่แค่ดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม
แต่มันเงียบไปแล้ว วจริงสิ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ชีวิตคนเราเปลี่ยนไป บ้างก็ยุ่งกว่า บ้างก็เหนื่อยกว่า บ้างก็หมดกำลังใจว่าจะเริ่มต้นอะไรใหม่อีก พอเห็นเพื่อนหรือคอลลีกที่เคยพูดถึงการออกกำลังกาย ป่าน-ยม การอ่าน หรือการเรียนภาษามาปล่อยไว้ ก็รู้ว่าคงไม่ใช่แค่เรา
และเลยอยากเอาเรื่องนี้มาคุยกันวันนี้นะ ว่า "ชีวิตช่วงกลางคืน" ของเรามันมีอยู่จริงอยู่หรือเปล่า ถ้ามี มันควรจะเป็นยังไง
เมื่อ "พลังกลางคืน" ไม่ใช่เรื่องเหมือนเดิม
คนทำงานสมัยก่อน เวลาบ่าย ๔ โมง ๕ โมงเลิกงาน มี "ชีวิตอีกชั้นหนึ่ง" อยู่ข้างหน้า เอาแต่พอถึงบ้าน เอากำลังใจและพลังที่เหลือมาทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ออกกำลังกาย เรียนคอร์ส ตั้งบล็อก ไม่ว่าจะอะไร
แต่ตอนนี้ละ ทะเลาะ ๆ ขึ้นมาสำหรับหลายคน
ประเด็นแรก: วันนี้ "หลังงาน" ไม่ชัดเจนแล้ว หลายแห่งทำงานผสมกันเว (hybrid) หรือเอาแต่ทำงานจากบ้าน บางครั้งหาเจอปลายหลังตัวเองสักที ว่ากี่โมงแล้วที่เลิก ก็รู้ได้ยากว่าเมื่อไหร่ชีวิตส่วนตัวจะเริ่ม
ประเด็นที่สอง: "เหนื่อย" เป็นอารมณ์ใหม่ งานออนไลน์มันแบบ "กักเก็บ" ความเหนื่อยมากขึ้น นั่งหน้าจอทั้งวัน ไปแล้วว่าการเดินทางไปกลับจะช่วยให้คนเรากลับตัวได้ กับนั่งบ้านเลยแล้วเหนื่อย และหลายคนมักจะรู้สึกว่า "ถ้าออกไปหรือทำอะไร ก็อาจจะเหนื่อยแล้ว"
ประเด็นที่สาม: สมาชิกในครอบครัวมีความต้องการมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความต้องการด้านอารมณ์ หรือการช่วยงานบ้าน เมื่อพ่อแม่ ลูก หรือคู่ครัวต้องการ "ชีวิตส่วนตัว" นี่ก็ยิ่งเป็นสิ่งที่เสียสละได้ยาก
"ชีวิตช่วงกลางคืน" ยังคงมีอยู่ แต่มันเปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว
แล้วมันหมายความว่า คนเราต้องยอมแพ้กับสถานการณ์ใหม่ใช่ไหม ไม่ใช่สินะ
มันแค่ต้องรีกำหนดนิยาม "ชีวิตช่วงกลางคืน" ของตัวเองใหม่ ให้เหมาะสมกับคนที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่คนที่เราเป็นสามปีที่แล้ว
ลองมองแล้ว "ชีวิตช่วงกลางคืน" ในยุคใหม่ มันดูเหมือนแบบนี้:
- มันสั้นลง แต่มีคุณค่ามากขึ้น – แทนที่จะมี 3-4 ชั่วโมง เอาแต่มี 1-2 ชั่วโมง ก็เอาแล้ว แต่เวลานั้นต้องเต็มไปด้วย "สิ่งที่สำคัญจริง" สำหรับตัวเอง ไม่ใช่เพื่อความรู้สึกว่า "ฉันต้องทำให้สำเร็จเท่านั้น"
- มันไม่สม่ำเสมอแล้ว – เมื่อก่อน ความพยายามดูแลตัวเอง มันเป็นกิจวัตร (routine) ที่แน่นอนตาย แต่ตอนนี้ มันอาจจะแบบ "วันนี้ได้ยิม หรือเดือนนี้ได้เรียน 2 ครั้ง" ก็เป็นประสิทธิ์แล้วสำหรับหลายคน
- มันมีความเมตตาตัวเองมากขึ้น – ไม่ใช่ "ต้องทำให้เต็มที่" แต่เป็น "ฉันจะดูแลตัวเองในสิ่งที่ฉันทำได้ในวันนี้" ว่า วันนี้ได้นอนสาหน่อ แหละมันก็ดี ได้เดินเล่นหลังเลิกงาน ก็ดี
แล้วจริง ๆ แล้วเราอยากให้พลังหลังงานกลับมาเหมือนเก่าไหม
ลองตั้งคำถามให้ตัวเองดูนะ
ความที่เวลาก่อนเราช่วงกลางคืนดูแลตัวเอง มันเป็นสิ่งที่เราอยากทำจริง ๆ หรือมันเป็นศีลธรรมที่เราสอนตัวเอง ว่า "ต้องทำ" เพราะว่า "คนสำเร็จควรจะทำแบบนี้"
ถ้าปล่อยให้ตัวเองไม่ต้องออกกำลังกาย ไม่ต้องเรียนภาษา ไม่ต้องหาโปรเจกต์ใหม่ เราจะรู้สึกว่ากำลังเสียหายใจ หรือแค่โล่งใจได้บ้าง
ฉันชักว่า มันอาจจะเป็นของทั้งสองเรื่องด้วยกันก็ได้ สำหรับหลายคน แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในชีวิต เช่น เมื่อลูกเกิด เมื่อเปลี่ยนงาน หรือแม้แต่ "ตัวเอง" เปลี่ยนไป ความสิ่งที่ "ต้องทำ" กับ "อยากทำ" มันควรจะลองจัดลำดับความสำคัญใหม่
ทำได้ยังไง ให้ "ชีวิตช่วงกลางคืน" กลับมาสดชื่นอีกครั้ง
ไม่ได้ติดเทพทำอะไร ทำสิ่งเล็ก ๆ ก่อนนะ:
1. เลือกแค่เรื่องเดียวก่อน ไม่ต้องทำหลาย ๆ เรื่องพร้อมกัน
สมัยก่อนเราออกกำลังกายด้วย เรียนภาษาด้วย ทำโปรเจกต์ส่วนตัวด้วย เหมือนว่าเราได้เวลามากมายจริง ๆ หรือเราแค่ฟิตกว่า (บางคน)
แต่ตอนนี้ ลองจำกัดตัวเองแค่สิ่งเดียว เช่น "ได้ออกกำลังกายสปส่วนหนึ่ง" ไม่ต้องออกทั้งทำปั่นจักรยานด้วย วิดหลังใจด้วย เพราะว่าบ้านมี ลองแค่เดินเล่นหลังเลิกงาน 20 นาที แล้วประมาณ 3 สัปดาห์ "ถ้าเวลาเยอะขึ้นมา" เราก็ค่อยเพิ่มเข้าไป
2. ให้ "ชีวิตกลางคืน" นั้นเป็นของขวัญสำหรับตัวเอง ไม่ใช่หนี้สิน
เมื่อเราทำอะไรมาสมัยก่อน มันมี "สดั สิ่งที่ยำเหมือนว่าเราต้องทำ" แต่คืนนี้ ให้เปลี่ยนเป็น "สิ่งนี้เป็นการดูแลตัวเองของฉัน และมันคือความสุขของฉัน"
ความแตกต่างมันหลายแบบ แต่พื้นฐาน ถ้าเรารู้สึกว่าออกกำลังกายมันเป็น "ต้องทำ" เอาแต่ลำบากใจ ก็อาจจะเพิ่มความสุขได้โดยการเปลี่ยนให้มันเป็น "ฉันเลือก" แทน
3. ลองหาระบบที่ไม่อาศัย "เจอใจ" เพียงอย่างเดียว
คนส่วนหนึ่งในเรา ถ้าต้องอาศัยแค่เจอใจ มันจะล้มแล้วเดี๋ยว ลองหาสิ่งที่เอาแต่ "นำเราไป" บ้าง
เช่น เราจดจำอยากอ่านหนังสือ แต่มันยากที่จะเอาใจใส่เมื่อจอมึนหลังงาน ถ้าอย่างนั้น ลองอ่านออดิโอบุ๊ก ขณะเดินเล่น ที่ไป อาจจะง่ายกว่า
หรือ ออกกำลังกายแบบง่าย ๆ ที่ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก อย่างเช่น ยืดเหยียด หรือสาธารณสุขเดินจากในตัวเอง ก็อาจจะทำให้ "ชีวิตกลางคืน" กลับมารู้สึก จำจริง
4. ให้คนรอบข้างรู้ว่าเวลานี้มันสำคัญกับเรา
บ่อยครั้ง "ชีวิตกลางคืน" ของเรามันหายไป เพราะคนในบ้านไม่รู้ว่ามันมีอยู่ หรือไม่รู้ว่ามันสำคัญกับเราจริง ๆ
ลองเล่าให้เขารู้นะ ไม่ต้องน้อยเนีย ว่า "เอ่อ ฉันจะเดินเล่นอีกทีนะ" แต่ให้บอกชัดเจนว่า "หลังเลิกงาน ฉันจะมีเวลาส่วนตัวหนึ่งชั่วโมง นี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพจิตและกายของฉัน ฉันหวังว่าพวกเธอจะเข้าใจ" – มันอาจจะช่วยให้อีกฝ่ายเข้าใจและเคารพเวลานั้นได้
อัปเดตขนาดนี้พอหรือยังเนี่ยคะ
อารักต์นะ ชีวิตเรามันเปลี่ยนไป และมันไม่จำเป็นต้องถอยหลังเพราะว่าเรากลับไม่ได้เป็นคนเก่า คนใหม่ของเรา อาจจะต้องการ "ชีวิตกลางคืน" ใหม่ที่ต่างออก ที่สั้นลง แต่เต็มไปด้วยความหมาย
ถ้าคิดอย่างนั้น ก็อาจจะไม่น่าเศร้าเท่าไหร่แล้ว เนี่ยวนะ
และที่สำคัญที่สุด เราไม่ต้องกังวลว่า "ที่ว่าไปแล้ว" เพราะว่าคนเรา มันต้องการอะไรเปลี่ยนไปตามลำดับวัยและสถานการณ์ของเรา มันเป็นเรื่องปกติ
วันนี้ลองยอมรับสิ่งที่เราเป็นตอนนี้ดูนะ บางทีคนเราอาจจะหา "ชีวิตกลางคืน" ใหม่ที่ดีกว่าเก่านะ
แสดงความคิดเห็น