อัปเดต "นอนดึก" ที่หายไป – เมื่อคนรุ่นใหม่ค้นพบกำลังของการนอนหลับเร็ว
ความทรงจำที่ปริ่มระเบิดกลับมา
คุณจำได้ไหม เมื่อไหร่ที่ "การนอนดึก" กลายเป็นสัญลักษณ์ของความรักษ์วิถี ความตั้งใจ และความสำเร็จ? คนรอบตัวเราพูดกันว่าคนเก่ง ต้องนอนน้อย เชิญ เชื่อมั่นกับโครงการยามค่ำคืน ต่างหากที่ประสบผลสำเร็จ
ผมยังจำเป็นวันๆ ตอนศึกษาปีที่ 5 ในหอพักของเพื่อนสนิท มีคนที่นอนแค่ 4 ชั่วโมง แล้วยังดูสดใสแจ่มใจได้ ทำให้ผมคิดว่า "พวกเขาต้องทำอะไรพิเศษแน่" แต่ความจริงแล้ว พวกเขาแค่เหนื่อยมากแล้วแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้น
อัปเดตปี 2567 – เมื่อนอนเข็บยาวกลายเป็นเทรนด์
สิ่งที่น่าสนใจคือ บริบทที่เปลี่ยนไป ผมเห็นว่าในสองสามปีที่ผ่านมา มีคนจากหลากหลายสายอาชีพ – แม่ค้า วิศวกร ดีไซเนอร์ แม้แต่ผู้บริหารอพยพ – ที่เริ่มพูดถึง "คุณภาพของการนอนหลับ" มากกว่า "ระยะเวลาการนอนหลับ"
เครื่องวัดสุขภาพเพิ่มขึ้นจำนวนมาก แอปพลิเคชันนอนหลับ เซ็นเซอร์นอนหลับ ทุกคนอยากรู้ว่าตัวเองนอนในภาวะไหร่ที่ดีที่สุด วิทยาศาสตร์ที่มาถึง "โลก" ของคนธรรมชาติ
ผลลัพธ์ที่เห็นได้? มีคนหันกลับมา "นอนให้เต็ม" อย่างตั้งใจ นอนตั้งแต่ 10 ทุ่ม ตื่นเวลา 6 โมงเช้า ก็ไม่ยอมบ่อนอีกต่อไป
ว่ากันแล้วว่า "เวลา" ของการนอนหลับก็สำคัญไม่แพ้ "ระยะเวลา"
ถ้าคุณนอนตั้งแต่ 2 โมงเช้าถึง 7 โมงเช้า กับการนอนตั้งแต่ 10 โมงค่ำถึง 5 โมงเช้า ทั้งคู่นอน 7 ชั่วโมง แต่คุณรู้สึกต่างกันไหม?
ความแตกต่างนั้นอยู่ที่ จังหวะของร่างกาย (Circadian Rhythm) การที่เรานอนสอดคล้องกับเวลาธรรมชาติของโลก ทำให้ฮอร์โมน เช่น เมลาโทนิน และคอร์ติซอล ทำงานได้อย่างราบรื่น ส่วนการนอนดึกทำให้จังหวะนี้พังทลายไป แม้ว่ากำลังจะนอน 8-9 ชั่วโมง
นี่คือทำไมบางคนตื่นมาจากการนอนดึก แล้วรู้สึกว่า "พลังงานหมด" ทั้งที่นอนมาเยอะพอสมควร เพราะจังหวะของเขาป่นปี่ไปหมด
โหลดเรื่องราวเล็กๆ ที่ใหญ่ได้
มีคุณน้องสาว ประมาณ 26 ปี ทำงานในสตูดิโอการออกแบบ ที่บอกฉันว่า "เนี่ย ผมเคยนอน 1 โมงเช้า ตื่น 9 โมงเช้า ในอดีต เหนื่อยตลอด ตัวบวมตลอด ผิวหนังไม่ดี" จากนั้นเขาตัดสินใจนอนตั้งแต่ 11 โมงค่ำ ตื่น 6 โมงเช้า "แถมได้เวลาออกกำลังกายตอนเช้า ตลาดยังเงียบ อากาศดี ไปสักครั้งสองครั้งต่อสัปดาห์ ตอนนี้ผิวดีขึ้น ผมขาดลง พลังงานเพิ่มขึ้น"
ผมถามไป "แต่ไม่เหนื่อยจากการตื่นเช้าเหรอ?" เขาตอบว่า "ก่อนนี้เหนื่อยตลอดเนื่องมาจากจังหวะหลัง ตอนนี้ที่ตื่นเช้า รู้สึกว่ามีพลัง ไม่เหมือนเก่า"
นั่นแปลว่าอะไร? คำตอบง่ายๆ คือ เขาไปทำสิ่งที่ สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ของตัวเอง แล้ว
ถ้าคุณอยากลองเปลี่ยน – เริ่มจากที่ไหน
ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบสุดขั้ว ยิ่งไป "เปลี่ยนจากคนกลางคืนเป็นคนตรู่ด้วยวันเดียว" แล้วแล้ว แล้วกลับมาเป็นแบบเก่า
- เลื่อนเวลานอนไป 15-30 นาที ต่อสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวค่อยเป็นค่อยไป
- ลองตื่นให้ถูกเวลา เพราะตื่นตรงจังหวะของวัฏจักร REM ทำให้ตื่นได้สดชื่นกว่า (อีกประเด็นเลยในตัวของมัน)
- ทำให้ห้องนอนมืด จำกัดแสงสีน้ำเงินก่อนนอน 30-60 นาที (โทรศัพท์ เอาออกไป)
- ถ้านอนไม่หลับ อย่านอนนอนนอน นอนลงไปแล้วแปปนึ่ง ลุกไปทำอะไรอื่นก่อน แล้วค่อยกลับมา
และนี่คือสิ่งที่ผมอยากพูด
เพราะว่าสังคมเราใจดีที่กล่าวสรรพสิ่ง "ความขยัน = การทำงานเยอะ = นอนน้อย" แต่ความจริงแล้ว ความขยัน ที่เป็นปัญญา คือการ เลือกอะไร ที่ดีกว่า ใช้ "เวลา" ของคุณเป็น ไม่ว่าจะเวลาตื่นจริง พลังจริง ความคิดชัดจริง
ผมพูดจากตัวอย่าง คนที่เปลี่ยนลำดับชีวิตของเขา จากนอนดึกสู่ตื่นเช้า หรือแม้แต่การ ลองทำสิ่งใหม่ด้วยตัวเอง มันล้วนต้องเริ่มจากการตัดสินใจ "สำหรับตัวฉัน สิ่งนี้ดีไหม" ไม่ใช่เอาแบบ "คนอื่นทำแบบนี้ ฉันควรทำแบบนี้ด้วย"
คำไม่ว่าคุณจะต่อไปนอนดึก หรือหันกลับมานอนเร็ว ในท้ายที่สุด ให้เลือกสิ่งที่ทำให้ "ตัวคุณ" มีชีวิตที่ดี มีพลัง มีความสุข แค่นั้นก็พอ ไม่ต้องมาหาเหตุผลว่า "คนเก่งนอนอย่างไร" หรือ "ยุคสมัยนี้นอนอย่างไร"
ปล. ถ้ากำลังอ่านบทความนี้เวลาดึก ไม่ต้องรีบหนีห้องนอนหรอก ทำเสร็จก่อน แล้วค่อยนอน ที่สำคัญมากกว่าคือ "พรุ่งนี้" คุณลองตื่นเวลาสม่ำเสมอ วันละครั้ง สัก 3 วัน แล้วบอกผมว่าเป็นยังไง
แสดงความคิดเห็น