PanithAnd

วิธีตั้งเป้าหมายชีวิตแบบ SMART Goals ให้ประสบความสำเร็จ

โดย พิมพ์ชนก ศรีสุข · 16 พฤษภาคม 2569
ภาพประกอบเรื่อง วิธีตั้งเป้าหมายชีวิตแบบ SMART Goals ให้ประสบความสำเร็จ
วิธีตั้งเป้าหมายชีวิตแบบ SMART Goals ให้ประสบความสำเร็จ

บริบท: เมื่อเป้าหมายขึ้นอยู่กับความรู้สึก

เขาชื่อเจนน์ อายุ 28 ปี งานเป็นแอดมินที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดกลาง ค่าเดือนพอควร แต่เมื่อเห็นเพื่อนสมัยเรียนเปิดธุรกิจและมีรายได้เสริมจำนนวนสองแสนต่อเดือน เจนน์จึงเริ่มตั้งใจว่าต้องเปลี่ยนชีวิต

ปลายปี 2566 เจนน์นั่งเขียนเป้าหมายสำหรับปีใหม่ลงในสมุดโปรด:

  • เรียนทักษะใหม่ให้เก่งขึ้น
  • หาเงินเสริมให้เยอะขึ้น
  • สุขภาพและสมาธิที่ดีขึ้น
  • ชีวิตสมดุลและมีความสุข

ดูดีใช่ไหม? เจนน์รู้สึกตื่นตัวแล้ว เหมือนว่าปีนี้ชีวิตจะเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่เจนน์ไม่รู้ก็คือ เป้าหมายแบบนี้กำลังสร้างเงื่อนไขสำหรับความล้มเหลว

ปัญหา: เมื่อความหวังกับความเป็นจริงไม่ตรงกัน

สี่อาทิตย์เข้าไป เจนน์เริ่มหาหลักสูตรออนไลน์เกี่ยวกับการบริหารจัดการโลจิสติกส์และการตลาดดิจิทัล ใจไป ใจมา แล้วแม้จะเริ่มแล้ว เจนน์ยังไม่รู้ว่าต้องอ่านหัวข้อไหนให้จบ หรือผลสุดท้ายจะนำมาใช้ประโยชน์ยังไง

ด้านการหารายได้เสริม เจนน์เยี่ยมชมหลายเพจ "ทำ 30 นาทีวันละ 500 บาท" แล้วค่อนข่างหงุดหงิด—ทำ 30 นาทีแบบแท้ได้แค่ 50-100 บาท ถ้าจริงจังต้องใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง เจนน์งานตั้งแต่ 9 โมงเช้า ถึง 6 ทุ่มวันนี้พอ

กีฬาและสมาธิล่ะ? เจนน์ลองปั่นจักรยานจำนวนเก้าวันแล้วหยุด บอกว่าสภาพอากาศแห้งแรงและตอนบ่ายหนัก นอนหลับสมาธิจากแอปพลิเคชั่นได้เพียงสามครั้ง บอกว่าเสียงแจกแจงนอนสมาธิของแอปน่วม

ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เจนน์เริ่มรู้สึกผิดหวัง "ทำไมตั้งเป้าหมายแล้วสำเร็จไม่" หลายเจนน์ในโลกนี้คิดแบบนี้ ปัญหาแท้จริงคืออะไร?

ดูเหมือนเป้าหมาย แต่จริงๆ ไม่ใช่

เมื่อมองดีๆ เจนน์ไม่ได้ตั้งเป้าหมาย เขาตั้งความปรารถนา ความปรารถนาจาง ๆ ไร้รายละเอียด ไร้แผนปฏิบัติการ ไร้วิธีวัดความสำเร็จ

"หาเงินเสริมให้เยอะขึ้น"—เยอะขึ้นแค่ไหน? 10,000 บาท หรือ 100,000 บาท? ในเวลากี่เดือน? ทำกิจกรรมอะไร? ต้องลงทุนเท่าไหร่? เจนน์ไม่ตอบได้แม่นยำเพราะโครงสร้างคำถามตั้งแต่เริ่มก็ไม่ชัดเจน

"สุขภาพและสมาธิที่ดีขึ้น"—ดีขึ้นจากไหน? เจนน์วัดตัวเองได้ไหมว่าตอนนี้สภาพร่างกายแบบไหน หากว่า "ดี" เจนน์รู้ไหมว่าจะรู้ได้ว่าบรรลุเป้าหมายเมื่อไหร่?

นี่คือภูติของการตั้งเป้าหมายแบบเดิม เจนน์ตั้งเป้าหมายแล้วทำตามความรู้สึก ไม่ใช่ตามแผน ไม่ใช่ตามมาตรวัดที่เป็นรูปธรรม

ข้อผิดพลาดที่เจนน์ทำ (และคุณอาจทำ)

ข้อ 1: ไม่มีกำหนดเวลา เจนน์ไม่ได้บอกว่า "ปีนี้" หรือ "โดยวันที่ 31 ธันวาคม 2567" เป้าหมายโฟกัสไม่ชัด เมื่อไม่มีกำหนดเวลา มันจึงกลายเป็นความฝันวาง ๆ

ข้อ 2: เป้าหมายมากเกินไป เจนน์ตั้งเป้าหมายสี่ประเด็นแม้งบวีโดยไม่มีความสำคัญที่ชัด ทรัพยากรของเจนน์มีจำกัด—เวลา พลัง จิตสำนึก หากแยกสี่ทาง จะไม่รวมตัวพอในทิศไหนเลย

ข้อ 3: ไม่กำหนดระหว่างคนสำเร็จจริง เจนน์ไม่ได้วัดจุดเริ่มต้นของตัวเอง ถ้าไม่รู้ว่ากำลังยืนอยู่ที่ไหน จะวัดความก้าวหน้าได้ไง?

ข้อ 4: ไม่มีแผนรับมือกับอุปสรรค เจนน์ไม่ได้คิดล่วงหน้าว่า "ถ้างานส่วนเพิ่มหนักขึ้น ฉันจะลดเวลาเรียนสูตรเหลือเท่าไหร่?" หรือ "สภาพอากาศแห้งแรง ฉันจะปั่นจักรยานที่ห้องแทนได้ไง?" ไม่มีแผน B ก็ง่ายถูกสวิง

วิธีแก้: SMART Goals ที่แท้จริง

หลังจากที่เจนน์มีความหดหู่ร่วมสักครู่ เจนน์เลยไปหาข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งเป้าหมาย และเจอกับแนวคิด "SMART Goals" ที่แตกต่างออกไปจากความเข้าใจเดิมของเจนน์เยอะ

เจนน์ตัดสินใจเริ่มใหม่ วิธีการเดินเกือบเหมือนเดิม แต่ดีกว่า ครั้งนี้ เจนน์ถามตัวเองคำถามที่แหลมคมมากขึ้น

S – Specific (จำเพาะ)

เจนน์ลืมความคลุมเครือและตัดสินใจไปอีกทาง แม้มาเปลี่ยนงานก่อนเป้าหมายระยะยาว แต่เจนน์เลือกเพียงประเด็นหลักสองประการ:

  • เรื่องอาชีพ: "เรียนทักษะการตลาดดิจิทัล เพื่อสมัครตำแหน่งแมนเจอร์ดิจิทัล หรือทำโปรเจ็กต์ freelance ได้"
  • เรื่องสุขภาพ: "รักษาน้ำหนักที่ 58 กิโลกรัม ด้วยการออกกำลังกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์"

ดูเหมือนสีมีรายละเอียดมากขึ้นแล้ว แต่เจนน์ยังไม่พอใจ เจนน์ลงลึกไปอีก

M – Measurable (วัดได้)

เจนน์ลองถามตัวเอง: "ฉันจะรู้ได้ไงว่าสำเร็จหรือไม่?"

  • สำหรับทักษะการตลาด: "จบหลักสูตรดิจิทัล 25 บท ด้วยคะแนนอย่างน้อย 80 คะแนน" และ "สร้าง portfolio ประกอบด้วยโปรเจ็กต์ 3 ชิ้นจากหลักสูตร"
  • สำหรับสุขภาพ: "ออกกำลังกาย 150 นาทีต่อสัปดาห์ (บันทึกผ่าน fitness app) และวัดน้ำหนักทุกสัปดาห์"

ตรวจวัดได้ชัดๆ ไม่มีความหลวมหลวง ถ้าเจนน์จบหลักสูตร 20 บทแล้วหยุด เจนน์รู้ว่ายังไม่สำเร็จตามเป้า

A – Achievable (บรรลุได้)

นี่คือจุดที่หลายคนพลาด เจนน์เปิดเทพจิตไปเหล่อ และคิด "โอเค หลักสูตร 25 บท ฉันจบได้ไหม?"

เจนน์ลำลึก:

  • หลักสูตรนี้ใช้เวลาประมาณ 60-70 ชั่วโมงหรือประมาณ 3-4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • เจนน์มีเวลาว่างประมาณ 10-12 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (พฤหัสบดีเย็นถึงวันอาทิตย์เช้า)
  • เวลาพอพอ—มากพอให้เจนน์ทำได้โดยไม่บ้าน

สำหรับการออกกำลังกาย 150 นาที—เจนน์คิด:

  • เจนน์สามารถใช้เวลาเดินหรือปั่นจักรยานในตอนเช้าตรู่ได้ 30 นาที (ก่อนงาน)
  • อีก 45 นาที ในตอนเย็นหลังจากทำงาน (ที่ห้องออกกำลังกาย)
  • สุดสัปดาห์ปั่นจักรยาน 45 นาที
  • รวม: 120 นาที ต่อสัปดาห์ (ต่ำกว่า 150 ที่ตั้งไว้)

เจนน์จึงปรับเป้าหมายลงจาก 150 เหลือ 120 นาทีต่อสัปดาห์—ยังสูงพอที่จะเห็นผล แต่รอบคอบและจริงจังมากขึ้น นี่คือ "achievable" ที่แต่ง

ข้อเตือน: มีหลายคนที่ตั้งเป้าหมายสูงพูดว่า "โอ้ มันทำให้ฉันมีแรงสะดุ้ง" และเจนน์เห็นด้วยแต่บางส่วน—เป้าหมายสูงเหนือขอบเขตการทำให้คน "ยอมแพ้" ก่อนลอง ถ้าตั้งว่า "วิ่งมาราธอน 42 กม." เมื่อตัวเองยังไม่เคยวิ่ง 10 กม. มักจะหยุดที่ 2-3 สัปดาห์

R – Relevant (เกี่ยวข้อง)

เจนน์ถาม: "เป้าหมายนี้สำคัญไหม? มันสอดคล้องกับค่านิยมและชีวิตของฉันไหม?"

เจนน์ตอบตัวเอง:

"ทำไมการตลาดดิจิทัล? เพราะ (1) งานปัจจุบันของฉันซ้ำซาก (2) ค่าจ้างมี 'เพดาน' ที่ชัดเจน (3) ถ้าเก่งด้านนี้ ฉันมีโอกาส freelance หรือเปลี่ยนงาน ความสัมพันธ์ราคาต่อเวลากิจการจะดีขึ้น"

"ทำไมสุขภาพและน้ำหนัก? เพราะ (1) พ่อแม่เจนน์มีโรคเบาหวาน (2) เจนน์อายุ 28 ปี ถ้าไม่ระวังตอนนี้ 10 ปีข้างหน้าจะแพทย์คนคุ้น (3) ร่างกายที่แข็งแรงจะช่วยให้เจนน์เรียนหลักสูตรและทำงาน freelance ได้เต็มที่"

เจนน์เห็นความเชื่อมโยงระหว่างเป้าหมาย 2 ประการ มันไม่ใช่การเลือกอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า เป้าหมายเกี่ยวข้องกับค่านิยมและแบบอย่างชีวิตของเจนน์

T – Time-bound (มีกำหนดเวลา)

เจนน์ตั้ง 2 ไมล์สโตน:

  • เสริมศิริธรรมชาติ 4 เดือน (มีนาคม-มิถุนายน 2567): จบหลักสูตร 25 บท และสร้าง portfolio 3 ชิ้น
  • เสริมศิริธรรมชาติ 6 เดือน (กันยายน 2567): ลดน้ำหนักจาก 63 กิโลกรัม เหลือ 58 กิโลกรัม

ทำไมเวลาต่างกัน? เจนน์รู้ว่าการหลีกลดน้ำหนักใช้เวลานาน ควรให้ไดรฟ์ 6-8 สัปดาห์ เพื่อให้เห็นผลอย่างเสถียร การเรียนหลักสูตรสามารถจบเร็วกว่า ถ้าหมั่นไส

เจนน์เขียนเป้าหมาย 4 ประการเหล่านี้ไว้ที่โต๊ะข้างเตียง และที่เข้าโปรแกรมอุปกรณ์สำหรับแจ้งเตือน

ผลลัพธ์: เมื่อเป้าหมายกลายเป็นความสำเร็จ

มีนาคม: เจนน์อ่านบท 1-5 ของหลักสูตร คิดว่ายาวมาก ผ่านความท้อแต่ยังหมั่นไส เพราะเจนน์รู้ว่ากำหนดเวลาจริง

เมษายน: เจนน์ทำโปรเจ็กต์ทดสอบแรกจบเสร็จ—คำนวณขึ้นอยู่กับ email marketing campaign สำหรับเลขาะเล็ก ๆ นอกเหนือจากการเสร็จ เจนน์ยังได้ความมั่นใจ เพราะสามารถนำความรู้ไปใช้จริงได้

พฤษภาคม: เจนน์เข้าร่วมกลุ่มศึกษา 3 คน (ได้จากเว็บ) วิชาค่อยๆ ง่ายขึ้น เมื่อได้เพื่อนร่วมทาง

มิถุนายน: เจนน์สำเร็จหลักสูตร 25 บท และทำโปรเจ็กต์ final ด้วยคะแนน 86 คะแนน เก็บ portfolio ไว้ 3 เรื่อง

พฤษภาคม-กรกฎาคม: เจนน์เริ่มออกกำลังกายสม่ำเสมอ น้ำหนักเข้ากลาย 61.5 กิโลกรัม (จากเดิม 63)

กรกฎาคม-กันยายน: น้ำหนักเข้าลงเหลือ 58 กิโลกรัม จริง ๆ แล้วลงเหลือ 57.8 กิโลกรัม ตรงกับเป้าหมาย

ผลรวม:

  • เจนน์ได้ทักษะการตลาดดิจิทัล ที่สามารถเอาไปใช้ freelance ได้
  • เจนน์เป็นโสดวอนหลังเห็นร่างกายว่างพออย่างเห็นผล ความมั่นใจเพิ่มขึ้น
  • เจนน์อาจเตรียมตัวขอสัมมนา/เพิ่มเงินเดือนที่งานปัจจุบัน หรือหาช่องทาง freelance
  • ที่สำคัญ—เจนน์เชื่อมั่นอีกครั้ง ว่ากำลังทำอะไรที่จริง

ข้อควรระวังหลัก: ดักหนีทั่วไป

1. ไม่ใช่เพราะมหาวิทยาลัยการเรียน ชีวิตเปลี่ยน

เจนน์มีข้อโชคดี—เจนน์ยอมทำเปลี่ยน สิ่งที่ต้องให้พยายามประมาณสำคัญคือ "วิธี" ไม่ใช่ "ความขยัน" อย่างจริงจังเพียงอย่างเดียว

หลายคนจดหมายบันทึกและตั้งเป้าหมายไปสวนทางหนึ่ง แต่เข้าไปหาการควบคุม "เอกสาร" ในชีวิตจริง เช่น งบประมาณ ความเสี่ยง การพนัน ไม่สำคัญเลย เป้าหมายจึงแขวนอยู่ผ้าห่ม

2. อุปสรรคที่คาดไม่ถึง จะเกิดขึ้นแน่นอน

เจนน์โชคดีที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ (เช่น เลิกจ้าง เปลี่ยนงาน ปัญหาจากครอบครัว) แต่อะไรถ้าเกิดขึ้น?

อุปสรรคอาจกล่าวคือ การเจ็บป่วย ลาดแนวนำเพิ่มเติม ความเสียสุขที่ไม่คาดฝัน ข้อแนะนำคือ "ตั้งเป้าหมาย แต่รับได้ว่ามันอาจเปลี่ยน และเมื่อเปลี่ยน ให้คิดใหม่ไม่ใช่ถูกใจสิ้นหวัง"

3. ไม่ใช่ "ใหญ่พอ" ก็ดีที่สุด

บางคนตั้งเป้าหมายใหญ่เพราะรู้สึกว่า "เล็กเกินไป ไม่ท้าทาย" แต่ไม่ทำความเข้าใจหรือ "ฉันเก็บตกแต้มได้ที่ไหน" ข้อเหล่านี้อาจไม่เฉี่ยว กลับเป็นความตายเหง้า

เป้าหมายที่ "ดี" ไม่ใช่เป้าหมายที่ใหญ่มาก เป้าหมายที่ "ดี" คือเป้าหมายที่เข้าใจชัด รู้ว่าจะวัดยังไง บรรลุจริงได้ และมีความหมายต่อชีวิต

4. ติดตามความก้าวหน้าเป็นประจำจำเป็น

เจนน์เขียนเป้าหมายแล้ว แต่เจนน์ยังตรวจสอบความคืบหน้าทุกสัปดาห์ (ราศี วันจันทร์ยำเย็น) เพื่อว่าถ้า "ทำไม่ทัน" ให้เพิ่มจังหวะ หรือ "ทำมากไป" เลื่อนได้

ถ้าตั้งเป้าหมายแล้วลืมเลย จะหลวมหลวงตลอด เจนน์มีระบบจดหมายฯเท่านั้น ไม่ได้จดบันทึกแต่จาก "ระบบนอกตัว"

สรุป: เป้าหมายไม่ใช่ความฝัน

ความต่างระหว่าง "เป้าหมาย" และ "ความฝัน" คือ เป้าหมายมีเส้นทาง ความฝันมี "เพียง" เสียงเพลง

เจนน์ตั้งเป้าหมายเดิม "หาเงินเสริมให้เยอะขึ้น สุขภาพดีขึ้น" มันไม่ผิด แต่มันไม่พอ เจนน์ต้องการเช่นหำพูดว่า "ฉันจะเรียน X ให้จบใน 4 เดือน เพื่อ Y" ที่เจนน์ทำตอนนี้ก็คือ เกี่ยวข้องกับ SMART ซึ่งเหล่านี้มีความหมายและสามารถวัดได้

ถ้าคุณตั้งเป้าหมายแล้วไม่สำเร็จ อาจไม่ใช่เพราะคุณ "ขี้เกียจ" แต่เป็นเพราะเป้าหมายนั้นไม่ชัด ไม่เป็นรูปธรรม หรือไม่เข้าใจผลที่จะได้รับ

ลองอ่านเป้าหมายของคุณอีกครั้ง ถ้าคุณไม่สามารถตอบคำถาม "เมื่อไหร่สำเร็จ?" "สำเร็จแค่ไหน?" "ทำยังไง?" ได้อย่างชัด แสดงว่าคุณตั้งความฝัน ไม่ใช่เป้าหมาย

และในท้ายสุด ถ้ากำลังพูดถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่—โปรดจำไว้ว่า SMART ช่วยให้คุณมีแผน แต่ชั่วระหว่างข้างทาง หากมีลมหลวกเกิดขึ้น ให้โค้งตัวและมองหาสิ่งตอไปได้ ไม่ใช่ยืนแข็ง

ไลฟ์สไตล์มือใหม่เทรนด์
พิมพ์ชนก ศรีสุข
นักเขียนสายไลฟ์สไตล์และการพัฒนาตนเอง (Self-Improvement & Lifestyle) ที่คลุกคลีในวงการมา 9 ปี ชอบทดลองและถ่ายทอดให้เข้าใจง่าย

แสดงความคิดเห็น

ความเห็นของคุณมีค่ากับเราเสมอ