คู่มือพัฒนาตนเองฉบับสมบูรณ์: สร้างชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ

เริ่มจากการตัดสินใจจริงๆ
ผมจำได้ช่วงหนึ่งในชีวิตที่นั่งงอแงอกับตัวเองเต็มไปหมด ตื่นเช้าไม่มีพลัง ทำงานแบบเป่าเข้า หลังเลิกงานก็บ้านแล้วนอน ไม่สบายใจกับตัวเองเลย แต่รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่ควรดำเนินต่อไป จริงๆ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าผมไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร แต่เป็นเพราะผมไม่เคยจริงจังกับการเปลี่ยนแปลงจริงๆ
ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงต้องมาจากใจก่อน ไม่ใช่จากสมอง ผมตัดสินใจว่า "ไม่เอา" และเริ่มต้นจากจุดนั้น
ปรับปรุงสุขภาพกายก่อน
ผมตัดสินใจเริ่มจากการเดินบ้านไปบ้านเธอ ไม่ใช่การออกกำลังกายหนักๆ ที่ต้องจ่ายสมาชิกและสั่งอุปกรณ์กีฬาแพง แค่เดิน 30 นาทีต่อวันในตอนเช้า
ทำไมเดินถึงดี
- ง่าย ไม่ต้องเตรียมตัว
- ออกแบบมาสำหรับมนุษย์ เรื่องของวิวัฒนาการ
- ช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น
- พบเจอสิ่งใหม่ๆ ขณะเดิน
หลังจากเดินแบบนี้ประมาณ 2 สัปดาห์ ผมเริ่มรู้สึกมีพลังขึ้น นอนหลับสบายขึ้น และตื่นเช้าไม่ลำบากเหมือนเดิม ประหลาดใจจริง
แล้วค่อยๆ เพิ่มเติม ผมเริ่มนั่งยืดเส้นเอ็นหลังจากเดิน ทำความยืดหยุ่น ทำให้ร่างกายไม่แข็งตัวเหมือนแท่งไม้ แล้วค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักการออกกำลังกาย ทีละเล็กทีละน้อย ไม่ยุ่งยากใจ
อาหารไม่ต้องหมดเนื้อหมดตัว
ผมคิดว่าเรื่องอาหารส่วนใหญ่คนทำผิดพลาด เอาจริงๆ กล่าวคือ ผมทำผิด
ผมเคยพยายามเลิกกินของมัน ของหวาน คาร์บอ ทั้งหมด ผลเป็นไรหล่ะ อดกินไม่ไหว 2 สัปดาห์ ก็พังสิ้น แล้วช่วงหลังอีก 1 เดือน กินแบบระบาย เหมือนชดเชยอารมณ์
วิธีที่ได้ผลสำหรับตัวผม คือ กินได้ แต่งดบ่อย มิติของการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การปฏิวัติ ตัวอย่างเช่น ผมชอบกินของหวาน ผมเลยกำหนดว่า "หลังวันศุกร์เท่านั้น" แทนที่จะห้าม อย่างนี้มันง่ายมากที่จะรักษาต่อไป
จิตใจ ส่วนที่ง่ายที่สุดแถมยากที่สุด
เรื่องจิตใจซ้ำซากกว่า เพราะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น บางแรมผมติดเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ได้ทำให้ตัวเองดีขึ้นแต่ยิ่งพีชมากขึ้น
ฝึกการสังเกตตัวเอง
ผมเริ่มด้วยการ แค่สังเกต ไม่ต้องแก้ไขตอนแรก เมื่อผมรู้สึกวิตกกังวล ผมแค่บันทึกไว้ "ตอน 3 โมงบ่าย ผมรู้สึกห่วงอะไรสักอย่าง" อย่างนี้ติดต่อเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน
มันแปลกที่ได้วิตกกังวล แล้วบันทึกมันลง เหมือนดูตัวเองจากมุมที่สามคน เทพมดแบบกำลังสังเกตสัตว์ประหลาด จากความสังเกตนี้ ผมค่อยๆ เห็นรูปแบบ เข้าใจตัวเองมากขึ้น
ปัญหาไม่ได้มี "คำตอบ" เดี่ยว
มีความคิดเห็นหนึ่งที่ผมเปลี่ยนแปลงไปเยอะ คือ ผมเคยคิดว่าปัญหาใดๆ ต้องมี "วิธีแก้" หนึ่งอันเดียว เช่น ความวิตกกังวล ต้องมีเวทมนตร์วิธีหนึ่งแล้วมันจะหายไป แต่ความจริง ปัญหาทางจิตใจเหมือนหอยหลาย ไม่ใช่ข้อมูล
ผมต้อง ลองวิธีต่างๆ เช่น นั่งสมาธิ เขียนบันทึก พูดคุยกับเพื่อน ออกแบบนอก บ่อยครั้งที่มันต้องทำการรวม ไม่ใช่หนึ่งเดียว
ความสัมพันธ์อยากให้ดี ต้องเข้าใจคนเหล่านั้น
ส่วนหนึ่งที่ผมเปลี่ยนแปลงพอสมควร คือ วิธีที่ผมเข้าหากับคนอื่น
ฟังเต็มที่ ไม่ต้องรีบให้คำแนะนำ
ผมเคยเป็นคนที่คิดว่า "ชาญฉลาด" เมื่อเพื่อนเล่าปัญหา ผมจึงรีบให้คำแนะนำทันที แต่รู้ว่าเพื่อนตัวเอง ไม่ต้องการความเห็น พวกเขาแค่ต้องการให้คนอื่นฟังและเข้าใจ
ตั้งแต่ผมเปลี่ยนวิธี มาแค่ฟังให้เต็ม บ่อยครั้งเพื่อนเอง หาวิธีแก้ปัญหาได้โดยที่ผมไม่ต้องพูดอะไร เพราะว่า คนที่รู้สึกถูกฟังและเข้าใจแล้ว ความคิดก็ชัดเจนขึ้น
ตั้งขอบเขตเหมาะสม
เรื่องของขอบเขตส่วนตัว ผมเคยคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ "ไม่เป็นมิตร" แต่ความจริง มันเป็นวิธีที่จะให้ความสัมพันธ์อยู่ได้นานๆ
ตัวอย่างเช่น ผมไม่ตอบสายหรือข้อความทันที ไม่ว่าใครเรียก ผมทำเช่นนี้ไม่ได้หมายว่าผมไม่ห่วง แต่เป็นเพราะ ผมต้องดูแลตัวเอง ต้องมีเวลา ต้องมีพื้นที่สำหรับตัวผม ขอบเขตนี้ทำให้เพื่อนของผมเข้าใจว่า "อ้อ นี่คือวิธีของปณิธาน" แล้วเคารพมัน
วางแผนเหมาะสม ไม่ต้องเจ้าสำนัก
ผมเคยทำแผนแบบ "ยิ่งใหญ่ยิ่งดี" กำหนดเป้าหมายให้สูงชัน โครงการขนาดใหญ่ ผลมาแล้ว ไม่ไปถึง ท่อนครึ่ง ความรู้สึกบ้านตกเมืองลุง
วิธีที่ใช้ได้สำหรับผม คือ เป้าหมายที่เล็กลง เหมือนหมากรุก ไม่ใช่การบินไปดวงจันทร์ในทีเดียว
ระบบ "7 x 7"
ผมตั้งอะไร 7 อย่างทำวันละ 7 นาทีแต่ละอย่าง นั่นมัน 49 นาทีรวม ทำได้ด้วยแม้วันไหนรุงรังก็ตาม เมื่อผมทำ 7 นาที สมอง "พอ" แล้ว ผมทำต่อได้ เพราะว่าแท้จริงแล้ว มันไม่ใหญ่ไปหรือน้อยไปในอก
วิธีนี้มีอีกข้อดี คือ ผมสามารถติดตามความก้าวหน้าได้ง่าย เช่น "สัปดาห์นี้ผมทำได้ 5 วัน" ตรงนี้ดีกว่าการคิด "ไม่ไปถึง" เยอะเลย
ความสำคัญของการพักผ่อน
ผมใช้เวลาช่างเป็นเลยทรวง เลยนานกว่าที่ควร จึงค่อยเรียนรู้ว่า พักผ่อนไม่ใช่อักษร F ในคำว่า "failure" แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเจริญเติบโต
ทำความเข้าใจเรื่อง "ตัวอย่าง"
ปัจจุบันผมแบ่งเวลาออกเป็นสัปดาห์เชิงรุก และสัปดาห์เชิงรักษา บางวันผมแค่อยากนอนนาน ดูหนัง กินข้าวอร่อยๆ ไม่ต้องคิดหนักๆ และนั่นก็ โอเคไม่ต้องสำนึก
พักผ่อนที่ดีจริงๆ ไม่ใช่เพียงแต่นอน แต่เป็นการทำสิ่งที่ทำให้ตัวเองชาร์จพลังกลับมา
บทสรุป: เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง
ผมจะบอกให้ตรงตัว พัฒนาตนเองไม่ใช่เหตุการณ์ เมื่อเสร็จแล้วเราสำเร็จ มันเป็นวิธีชีวิต ผมยังคงทำพลาด บ่อยครั้งทำลืมหลักการ ลำบากใจบ้าง แต่นั่นเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง คือ ผมเข้าใจตัวเองมากขึ้น อดทนต่อตัวเองมากขึ้น และพยายามปรับตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
ถ้าคุณกำลังติดอยู่กับความรู้สึกว่าตัวเองต้องเปลี่ยนแปลง ผมขอให้คุณเริ่มด้วยการตัดสินใจจริงๆ ไม่ใช่การทำตามเทรนด์หรือที่คนอื่นบอก แต่เป็นเพราะคุณอยากเปลี่ยน จากตรงนั้นเริ่มต้น ทีละก้าว ทีละวัน ทีละสัปดาห์ เชื่อใจกระบวนการ
และจำไว้ว่า ความใจด้อยหรือการเบียดเบียนตัวเองไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ได้ กับตัวผม อย่างน้อยก็เป็นแบบนั้น สิ่งที่ใช้ได้ผล คือ เมตตา ความเข้าใจ และการพยายามอีกครั้ง
แสดงความคิดเห็น